Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

แต่ก็ดูเหมือนอะไรๆ ไม่เป็นใจเลย ทั้งเวลาทำงานของเรากับช่วงเวลาของเพื่อนๆ ที่มา
ทำให้จะเจอเพื่อนก็แต่สอง สามวัน แล้วก็เป็นกลางคืนเสียด้วย
ได้กินข้าวกับเพื่อนก็แค่วันเดียวแบบฉุกละหุกด้วย

รู้สึกเสียดายเหมือนกัน แต่ก็นะ พึ่งทำงานได้ไม่ถึง 4 เดือนเลยเวลาแล้วก็อะไรๆ ก็ยังไม่ลงตัวเลย

จะให้ลาไปเที่ยวกับเพื่อนก็คงไม่ได้ งานกำลังเยอะเลยด้วย
แล้วส่วนใหญ่เพื่อนก็เทียว ต่างจังหวัดด้วยยิ่งลำบากไปกันใหญ่

ขอโทษนะด้วยนะ โรตี แล้วก็ เอจัง มันไวมากดูเหมือนอะไรๆ ยังงงๆ อยู่เลย

ยังไงก็ไปเจอ กันอยู่เมืองไทยแล้วกันเนอะ

พี่จันทร์เจ้า ถามเรื่องทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ( แบบเดียวกับอินเดียมั้งไม่รู้ ) ที่แบบไม่เลี่ยน ทำไง

เอ่อ จริงๆ แล้วแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ชอบกินนะ กินได้ตลอด ทำไว้แล้วตักราดข้าวสวยร้อนๆ สุโกย แต่ก็นะ รู้สึกว่าสำหรับตัวเองแล้วแกงกะหรี่มันไม่เลี่ยน เลยแต่สำหรับคนไทยหลายๆ คนก็ได้ยินว่าเลี่ยน อืมม แต่ก็อีกล่ะ รสชาติมันเป็นแบบนั้น ถ้าไม่ใช่แบบนั้นมันก็เสียชาติเกิดแกงกะหรี่หมดเด่ะ …

แต่ก็นะ แกงกะหรี่ที่ทำ จะไม่เลี่ยนเพราะว่าจะเน้นเผ็ดๆ ไว้ หลายๆ คนอาจจะไม่ชอบ คนญี่ปุ่นอาจจะไม่เรียกว่าแกงกะหรี่เลยกะได้

จริงๆ แล้ว ทำแกงกะหรี่เนี่ยทำง่ายมาก เป็นอะไรที่ง่าย ที่สุดแล้วมั้ง สำหรับอาหาร เพียงแต่ใช้เวลานานหน่อยสำหรับ รอ … หลับก็ไม่ได้เซ็ง เดี่ยวหม้อใหม้

เอ่อ น้ำเยอะไปหน่อยยังไม่เข้าเรื่องเลย
มาดูแกงกะหรี่สูตรมั่วๆ ของผมนะ

เครื่องปรุง
ขาดไม่ได้
– มันฝรั่ง
– แครอท
– หอมใหญ่

– ก้อนแกงกะหรี่ญ๊่ปุ่น เอาแบบความเผ็ดระดับ 5 เผ็ดสุด ( สำหรับคนญ๊่ปุ่น แต่คนไทย แล้ว มันเผ็ดแล้วเหรอเนี่ย ) กล่องนึง แปดก้อนก็ทำได้หม้อนึง

– เนื้อตาม แต่ชอบ จะหมู หรือเนื้อก็แล้วแต่

เพิ่มเติม
– กระเทียม
– พริกแกง ( ไทย )
– โยเกิร์ต ( รสธรรมชาติ )
– ซอสปรุงรส … ถ้าได้ซอสญี่ปุ่นจะดี ถ้าไม่มี ใส่ ซีอิ้วขาวก็ได้มั้ง
– น้ำมัน ( หรือ บางทีก็ใช้เนยแทน )
– พริกไทย ถ้าได้พริกไทย ดำจะดีมาก จะเผ็ดๆ หน่อย

ขั้นตอน การทำก็

– เริ่มจาก เอากระเทียมผัดกับ น้ำมัน หรือ เนย พร้อมกับ หอมใหญ่ ผัดจนหอมใหญ่ ใกล้สุก แล้วก็หอม จากนั้น เอา หมู ลงไปผัดพร้อมพริกแกง ไทย ( ปริมาณ ไม่รู้ไม่ต้องมากหรอกมั้ง เอาพอมันตัดเลี่ยน แล้วก็เพิ่มความเผ็ดให้ แกงกะหรี่
– ผัดจนหอม แล้วก็ เติมน้ำ ประมาณ ( ลิตรกว่าๆ สำหรับ 8 ก้อน )

– จากนั้น นำฝรั่ง แครอท แล้วก็ ( บางที่ใส่ แอปเปิ้ลลงไปด้วย )เอาแบบ หวานๆ หน่อยนะหั่นเล็กๆ สับๆ เลยก็ได้ ( ถ้าจะใส่ ) มันจะได้ เปื่อย ใส่ลูกเดียพอถ้าจะใส่

– ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น หรือ ซีอิ้วขาว ( ไม่ต้องใส่มาก 1 ช้อนโต๊ะพอ )
– ต้มจน มั่นใจว่า แครอท ใกล้สุก หรือ สุกแล้ว

– จากนั้น เติม โยเกิร์ต แล้วก็ โรยหรือ เอาก้อน แกงกะหรี่ ทั้งหมดลงไป
เพราะว่าถ้าใส่ ก้อน แกงกะหรี่ลงไปแต่แรกจะทำให้ แกงกะหรี่ ข้นมาก แล้วจะติดหม้อ ได้ อาจจะทำให้ ผัก สุกช้าด้วย

– ใส่ก้อนแกงกะหรี่ลงไปแล้ว ก็ ต้มต่อประมาณ สิบนาที หรือ มากกว่านิดหน่อย
จากนั้น ทิ้งไว้ซัก 4 – 5 ชม แนะนำควรข้ามคืน แล้วค่อยกิน เพราะว่า ทำเสร็จ แล้วกินเลย รสชาติ จะไม่อร่อยเลย ต้องรอข้ามคืน

อากาศช่วงที่นี่ทีโตเกียวเริ่มเย็น ชัดเจนขึ้น เข้าใกล้ 10 องศา ล่ะช่วงกลางวัน บางวันยังมีฝนตก หนักบ้างเบาบ้าง แกมๆ กับ ลมพัด เรื่อยๆ เพิ่มความหนาว ขึ้นอีก นะอย่างนี้ซิถึงจะเรียกหน้าหนาวจริงๆ ฮา .. ใช่ว่าชอบนะ ทรมาณออก

ไม่มีความพอดีเลยสำหรับอากาศที่ญี่ปุ่น หน้าร้อนก็ร้อนมาก ร้อนจริงๆ ร้อนกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำมั้ง

ช่วงนี้งานก็ชุม งานเยอะมากอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์คงต้อง สี่ห้าทุ่ม อีกมั้ง แต่ไม่นอน หรือไม่ทำงานทั้งคืนนะ ไม่ไหว … ทำทั้งคืนแล้ว วันต่อมาหยุดก็อีกเรื่อง แต่ถ้าต้องไปทำอีก อย่างมาก ทนได้แค่สี่ห้า ทุ่ม เพราะว่ากว่าจะเดินทางกลับบ้าน ก็ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมง แล้วก็คนเยอะด้วย ในรถไฟ ยิ่งดึกมากคนยิ่งเยอะ ไม่เหมือนอยู่เมืองไทย ถึงใหน ถึงกัน เลิกงาน เรียกแทกซ๊่กลับแป๊บเดียว ถึงห้อง จะนั่งแทกซี่มาทำงานต่อก็ ยังชิลๆ ทั้ง เวลาแล้วก็ ค่าแทกซี่ แต่ที่นี่ โห ไม่อยากจะนึกเลย ค่าแทกซี่เป็นหมื่นมั้ง ให้ตายเหอะ แพงจริงๆ ค่าแทกซี่

เดือนหน้า เอจัง โรตี แล้วก็เพื่อนๆ ของเอจัง จะมาเยี่ยม ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะนอนกันยังไง ไงหมด ที่ห้องนี้ .. แรกๆ เอจังบอกว่า มาสี่คนไปๆ มาๆ เอ่อ ไม่ยากจะจำเลย ว่า ห้า หก หรือ เจ็ด คนกันแน่

นอนยังไง หว่า เอ่อ เรื่องหนาวคงไม่หนาว หรอกเพราะว่า เปิดแอร์ได้ แต่เรื่อง เอ่อ ห้องนี่สิ … ให้ตายเหอะ ก็ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ไปนอนโรงแรมแถวนี้ล่ะ อิอิ ทำไง ได้อ่ะนะ

อยากกินต้มฟัก มาก ซื้อมาไว้หลายวันล่ะไม่ได้ทำเสียทีเอาเสียเลย

จริงๆ ก่อนมาญี่ปุ่นก็ วางแผนไว้ว่าจะปลูกนั้นปลูกนี้เพียบ แต่มาถึงจริงๆ คิดถึงเรื่อง ต้องซื้อนั่นซื้อนี้แล้วไม่ไหว ไม่เอาดีกว่า ต้องซื้อดินกระถาง ปุ๋ยแล้วก็ อื่นๆ นอกจากต้องซื้อแล้วก็ต้องขนอีก โห ไม่ไหวไม่เอาดีกว่า ไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง แต่ก็นะ เห็นต้นไม้เป็นไม่ได้ไม่ว่าจะพยายามอดใจขนาดใหน ในที่สุดต้นไม้ต้นแรกที่ควักเงินซื้อก็ คือ สตอเบอร์รี่ นึกไงก็ไม่รู้ วันนั้นพี่ดา พาไปซื้อของเสร็จพี่ดาก็ไปที่ ห้างขายพวกวัสดุ แล้วก็ ตกแต่งต่างๆ รวมทั้งต้นไม้แล้วก็ดิน ด้วย พี่ดา บอกจะซื้อดินไปเกลี่ยไปปลูก ผักแพรวแล้วก็อื่นๆ หลังบ้าน พร้อมกับ ซื้อปุ๋ยสำหรับใส่กุหลาบด้วย เราว่าจะไม่ซื้ออะไร แต่ผ่านต้น สตอเบอร์รี่ ก็นะ 198 เยน ของซื้อไปปลูกเล่นขำๆ ดู ว่าจะเป็นไง

ซื้อทีวีไว้ ได้ประมาณ หนึ่งอาทิตย์แล้วเพียงแต่ ไม่มีเวลาว่างรับของเลย ต้องรอเสาร์-อาทิตย์ ให้บริษัทส่งของมาส่งของ  อันทีจริง  ทีวีเนี่ยก็ แปลกเหมือนกัน ไม่ได้กะว่าจะซื้อทีวี หรือ ทีวีใหญ่ขนาดนี้ มาก่อนเลย แล้ววันที่ไปซื้อก็คือ ไปสมัครใช้บริการอินเตอร์เน็ต ไปที่ชิบูญะ แล้วก็ร้าน BIC CAMERA สมัครอินเตอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายประมาณ 4400 เยนต่อ เดือน 3 เดือนแรกฟรีไม่ต้องจ่าย แล้ว มีบริการเสริมให้เลือก เช่น การโทรปรึกษาได้ หรือ ไม่ก็ แสกนไวรัส หรือ  IP Telephone บริการพวกนี้ ต้องเลือกประมาณ 5 อย่างช่วงแรก สามเดือนแรกประมาณ เดือนล่ะ 5000 เยน ( แพงกว่าค่า เน็ตเสียอีก ) แต่ว่า ถ้าเลือกสมัครบริการพวกนี้แล้ว สามารถแลกซื้อทีวี รุ่น เล็กจนถึง 32″ ได้ในราคาตั้งแต่ 0 เยน จนถึง 1000 เยน ซึ่ง หนึ่งพันเยน เนี่ยก็คือ รุ่น 32″ ค่อนข้างดีเลย ที่เลือกมาคือ ของ PANASONIC Viera 32″ LED จ่ายไป 1000 เยน แต่ก็มีค่าใช่จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าติดตั้ง ( เอาออกจากกล่อง …. ขันน๊อต ไรงี้ ) แล้วก็ค่าส่ง 500 เยน แล้วก็ค่า สายเชื่อม อีก 1200 เยนเบ็ดเสร็จ 3700 เยน นะ ใหนว่าพันเยน -__-”

สองคนนี้ก็เจอ เรื่อยๆ นะแต่ต่างคนต่างเจอไมได้ เจอกันพร้อมหน้าเสียที วันนี้น้อง ใคนัดก็ เลยถือโอกาสไปเจอ คุณโย ด้วยเลย ก็ไม่รู้จะไปใหนดีไม่มีไอเดีย ก็เลย เลือก เจอที Iidabashi ชื่อสถานี แล้วก็เป็น Tozai line ไปมาง่ายดี กับทุกคน ก็เลย ดีไป

พอทุกคนถามว่าผมอยากจะกินอะไร จริงๆแล้วก็อยากกินอาหารญ๊่ปุ่นมากกว่า แบบว่า อยากเปลี่ยนบรรยากาศมั้งิเพราะว่านัดเจอกันทีไรก็กินอาหารไทยทุกที แต่ก็พอจะรู็ว่าทุกคนกินอาหารญ๊่ปุ่นมาทุกวัน คงอยากเปลี่ยนเป็นกินอาหารไทย บ้าง ก็สรุปจบที่อาหารไทย ตามเคย

ช่วงนี้โตเกียวอากาศเริ่มหนาวล่ะ ขนาดยังไม่หนาวสุดๆ นะ
ก็ยังหนาวขนาดนี้ วันนี้ มีอะไรทำหลายอย่าง เริ่มจาก ตอนเช้าบริษัท มาส่งทีวี ที่ ซื้อไว้ได้อาทิตย์กว่าล่ะ พอดีไม่อยู่ห้องต้องทำงานเลย ต้องรอให้เขา มาเสาร์ อาทิตย์ จริงๆ นัดพี่ดา ไว้ให้พี่ดามาช่วยดูแต่ ก็ไม่ทันแล้ว บริษัทบอกว่า จะมาสิบโมง แต่มาก่อน มาประมาณ เก้าโมงครึ่ง

จาก นั้นก็ไปซื้อของกับพี่ดาต่อ เป็นกับข้าว คงอยู่ได้ประมาณ สองอาทิตย์ หรือ จะสามก็ได้นะ นะ ไปร้านพี่แมว ( ร้านขายของที่พี่แมวทำอยู่ ) พี่แมว ลดราคาปลาซาบะให้ อย่างเยอะ ปลาซาบะ บอกว่า เอา 5 ชิ้นพี่แมวลดราคาให้ แล้วยังแถมมาอีก สองชิ้นแน่ะ ดีสุดๆ

จากนั้นก็ได้ ห้าง daiei ไดเอ เขียนงี้เปล่าไม่รู้ พี่ดาไปซื้อของต่อที่ห้างนี่ แล้วก็ แวะกินข้าวเที่ยงต่อด้วย

 

สรุปแล้วมาทีโตเกียวเนี่ยก็ไม่ได้ขาดอาหารไทย เลย กินแทบทุกมื้อ วันปกติทำงานก็ทำ กับข้าวกินเอง เกือบ สาม มื้อทุกวัน วันหยุดกะยังไปกินอยู่ร้าน อาหาร อีก